ประวัติคุณยาย

 

คุณยายวณี สมประสงค์ 

จัดทำโดยหลาน ๆ เพื่อฉลองคุณยายอายุ ๙๓ ปี

 

เมื่อเยาว์วัย 

    บิดาของคุณยาย คือ ร.ต.อ. บุญจินต์ เลาหเกียรติ เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๖ คน ของนาง โล่ เง๊ก ล้วน บุตรสาวคนเดียวของ  ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนเป็นชนกลุ่มน้อยที่เรียกกันว่า บาบ๋า ถ้าเป็นหญิงเรียกว่าย่าหยาเป็นชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ สมัยอังกฤษเข้าครอบครอง ดินแดนแหลมมาลายูใช้ภาษาพูดทั้งอังกฤษ และมาเลย์พูดจีนบ้าง  การแต่งกายมีลักษณะของตนเองผู้ชายใส่ชุดขาวใส่หมวกดำ  ผู้หญิงใส่ผ้าโสร่งปาเต๊ะใส่เสื้อลูกไม้ที่เรียกว่า . . .และมีกระดุมทองโยงกันด้วยสร้อยทองเกล้าผมมวย และมีปิ่นปักผมคนไทยที่อยู่บนเกาะภูเก็ต ได้รับวัฒนธรรมนี้มาด้วย

    บิดาของคุณยายเป็นสุภาพบุรุษรูปหล่อมีการศึกษาดีเรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ชาย เมื่อรับราชการเป็นตำรวจจึงก้าวหน้าได้ทำหน้าที่สืบราชการลับเพราะท่านพูดภาษามาเลย์ และภาษาอังกฤษได้คล่องแต่เป็นที่น่าเสียดายว่าชีวิตราชการที่ก้าวหน้าต้องหยุดลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองท่านถูกออกจากราชการ  เพราะมีเจ้านายเป็นคณะเจ้าแม้ว่าในบรรดาน้องเขยของท่านจะเป็นคณะราษฏร์ และได้มาชักชวนให้ท่านเข้าฝ่ายคณะราษฏร์ด้วยท่านก็ไม่เปลี่ยนใจ  เพื่อนฝูงของท่านหลายคนเข้าร่วมกับคณะราษฏร์  และได้รับตำแหน่งใหญ่โตในเวลาต่อมา

     เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ชีวิตของคุณยายได้เปลี่ยนแปลงไปด้วยนอกจากคุณพ่อของคุณยาย  ต้องออกจากราชการแล้วคุณลุง  คุณพระภาษาศรีรัตน์  ลูกชายคนเดียวและคนโตของคุณหลวงขจรยุทธกิจคุณตาของคุณยายต้องถูกออกจากราชการ และถูกจำคุกซึ่งนำความโทมนัสใจ มาให้ท่านบิดามาก ทำให้ท่านต้องเสียชีวิตลงในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน

     คุณหลวงขจรยุทธกิจ เป็นคุณตาของคุณยาย เป็นผู้ที่คุณยายรักและเคารพมากที่สุดในชีวิตเนื่องจากคุณยายต้องกำพร้าแม่เมื่ออายุเพียง ๙ ปี  คุณหลวงจึงรักและให้ความอบอุ่นกับคุณยายมากที่สุดท่านได้จัดให้หลานสาวคนหนึ่งซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ของคุณยาย มาแต่งงานกับคุณพ่อของคุณยายชื่อว่าคุณยายล้ำสุขแต่ท่านก็อายุสั้นดูแลคุณยายจนคุณยายแต่งงานกับคุณตา(นายแพทย์ มานิตย์ สมประสงค์)ก็ตายจากไปทิ้งคุณพ่อของคุณยาย ให้อยู่โดดเดี่ยวจนสิ้นชีวิตเมื่ออายุ ๖๘ ปี

     มารดาของคุณยาย คือ นางละม่อม จันทรเวคิน  บุตรีคนสุดท้องของ คุณหลวงขจรยุทธกิจ (เทา จันทรเวคิน) มีพี่น้อง ๓ คน พี่ชายใหญ่ คุณพระภาษาศรีรัตน์(สุดใจ จันทรเวคิน)ข้าหลวงกรมพระนริศ  พี่สาวคนรอง คือคุณป้าสะอาดและคนต่อไปคุณป้าละม้าย ชมพนัน สมรสกับคุณหลวงพิทักษ์ชนสาร อดีตนายทหารม้า


โรงเรียน 

เป็นศิษย์เก่ามากมายหลายโรงเรียน

     เริ่มเรียนอนุบาลที่โรงเรียน St. Mary กุหลาบวิทยา เป็นโรงเรียนแม่ของโรงเรียนมาแตร์เดอี โรงเรียนนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สอนโดยแม่ชีอุศลินมีเจ้าคณะอยู่ที่กรุงโรม ต่อมาย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ดอนแวนต์  ย้ายโรงเรียนตามการทำงานของคุณพ่อจากโรงเรียนอัสสัมชัญย้ายตามคุณอาผู้หญิงสองท่าน ไปอยู่โรงเรียนเซนต์ โยเซฟ คอนแวนต์ และโรงเรียนสุดท้ายคือโรงเรียนเซนต์ ฟรานซิส เซเวียร์ คอนแวนต์ เนื่องจากคุณพ่อซึ่งเป็นนายตำรวจต้องไปทำงานที่กรมฝิ่นคุณยายมีชื่อว่า ด.ญ.เอเวอลีน เลาหเกียรติ ตามชื่อนักบุญเอเวอลีน คุณย่าของคุณยายเป็นคนเลือกชื่อนักบุญให้เมื่อคุณยายรับศีลล้างบาปก่อนอายุ ๑ เดือน คุณยายใช้ชื่อนี้ จนเข้าประกวดนางสาวพระนคร เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๘

conten1.png



ครอบครัว  สมประสงค์ 

แต่งงาน     ที่วังปุษกวัน

คุณตา     นายแพทย์มานิตย์ สมประสงค์ เป็นชาวกาญจนบุรีเป็นบุตรชายคนที่สอง ของนายเต็งและนางแถม(สกุลเดิม ธณโสภณ)มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๖ คน เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯซึ่งในขณะนั้นเรียกกันว่าบางกอกเมื่ออายุได้  ๘ ปี ศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์เมื่อจบได้เข้าเตรียมแพทย์ และเข้าศึกษาเป็นแพทย์ที่ศิริราช


บ้านพระราม ๖         

เป็นเรือนหอของคุณตาและคุณยายเป็นบ้านไม้สีเขียว  มีกระจกสี กรอบไม้ เป็นหน้าต่าง  เป็นบ้านที่อบอุ่นเพราะมีหลาน ๆ ของคุณตาแวะเวียนกันมาพักอาศัยจากเมืองกาญจน์ บ้านนี้ อยู่ติดกับบ้านอีก ๓ หลัง หลังติดกันเป็นของสกุลพหลโยธิน และถัดไปเป็นของ พลโท หลวงกาจ  บ้านสามหลังนี้อยู่ติดกับวังอัศวิน ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันุ์ ยุคล คุณตา เป็นหมอประจำวังนี้ตรงข้ามบ้านพระราม ๖ เป็นวังของท่านชิ้นต่อมา เมื่อญี่ปุ่นเข้าประเทศไทยตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ยึดวังนี้ เป็นที่อยู่ของทหาร และให้เป็นที่พักฟื้นของทหาร ที่บาดเจ็บจากสงครามลูกทั้งสามคน ของคุณตาและคุณยาย เกิดที่บ้านนี้จนกระทั่งคุณแม่(จันทิมา สมประสงค์)อายุได้ ๙ ขวบ จึงย้ายไปอยู่บ้านสนามเป้า


นางสาวสยาม 

  เมื่อปี ๒๔๗๕ประเทศไทยได้เปลียนจากการปกครองแบบสมบูรณายาสิทธิราช เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในสมัยนั้น ประเทศไทยยังเรียกกันว่าประเทศสยามรัฐบาลสมัยนั้น ให้ความสำคัญต่อการปกครองแบบใหม่ เริ่มมีการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ โดยจัดให้มีงานฉลองรัฐธรรมนูญในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๗เป็นปีแรกนอกจากมีงานออกร้านของกระทรวง ทบวงกรมต่าง ๆ แล้วยังได้จัดให้มีการประกวดนางสาวสยามด้วยสาวงามที่ได้รับเชิญมาประกวดนี้มาจากจังหวัดพระนคร  และจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ปี พ.ศ.๒๔๗๗ คุณกันยาเทียนสว่างได้รับคัดเลือกให้เป็นนางสาวสยามคนแรกของประเทศเป็นสุภาพสตรีที่มีความงดงามแบบไทย และเป็นอดีตครูเหมาะสมที่สุดที่จะได้รับเลือกเป็นนางสาวสยาม

  ต่อมาในปี ๒๔๗๘ รัฐบาลได้มีการจัดให้มีงานฉลองรัฐธรรมนูญ  และได้มีการประกวดนางสาวสยามเป็นปีที่สองคุณยายได้เข้าร่วมประกวดด้วยในนามของอำเภอบางรักเพราะมีบ้านอยู่ที่ศาลาแดง นายอำเภอบางรักได้จัดให้ผู้ใหญ่มาขอคุณยาย จากคุณย่าชองคุณยายซึ่งเป็นผู้ปกครองในขณะนั้นโดยอ้างว่าไปประกวดเพื่อชาติในขณะนั้นรัฐบาลพยายามปลูกฝังให้คนรักชาติ และให้ทำสิ่งดี ๆ เพื่อชาติคุณยายต้องเข้าประกวดด้วยความไม่เต็มใจมีท่านผู้ใหญ่ที่มีบ้านอยู่ติดกันคือคุณหญิงวิจิตรนาวาได้สัญญาว่าจะให้หลานสาวเข้าประกวดเป็นเพื่อนด้วย

 ก่อนที่จะคัดเลือกหญิงสาวให้เข้าประกวดนางสาวสยามทุกคนต้องถูกคัดเลือก มาจากจังหวัดของตนเองก่อนคุณยายได้รับเลือกจากจังหวัดพระนครเป็นนางสาวพระนครของรางวัล คือถ้วยเงินสลักนางสาวพระนคร ผู้ที่เข้าประกวดนางสามพระนครล้วนแต่เป็นลูกผู้มีสกุลทั้งนั้น